ข่าวตะกรุดหนังหน้าผากเสือพอกครั่ง หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง จังหวัดเพชรบุรี(มีคลิป) - kachon.com

ตะกรุดหนังหน้าผากเสือพอกครั่ง หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง จังหวัดเพชรบุรี(มีคลิป)
วัตถุมงคลคณาจารย์ รุ่นต่างๆ

photodune-2043745-college-student-s

ตะกรุดหนังหน้าผากเสือพอกครั่ง หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง จังหวัดเพชรบุรี(มีคลิป)

หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ท่านคือสุดยอดเกจิย์แห่งเมืองเพชรบุรี สมญานามวัตถุมงคลของท่านก็คือ ครั่งเหลือร้ายวัดตะโตนดหลวง แม้แต่แมลงวันก็ไม่มีทางได้ดื่มเลือด สรรพคุณของครั่งหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ครั่งที่ใช้พอกนี้หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวงท่านได้ผสมว่านสมุนไพรมีสรรพคุณในทางถอนพิษร้ายต่างๆ รวมทั้งผสมผงพระจันทร์ครึ่งซีก พระพุทธคุณสุดยอดทางเสน่ห์เมตตามหานิยมลึกล้ำ แรงยิ่งกว่าผงอิทธิเจทั่วไปหลายเท่านัก ทำได้ยากที่สุด

ต่อมาวิชานี้หลวงพ่ออุ้น วัดตาลกง ท่านได้รับสืบทอดวิชานี้ไป ตะกรุดหนังหน้าผากเสือพอกครั่งของ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ดอกนี้นั้นถือว่าหาได้ยากเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าท่านหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ท่านได้หนังเสือมาผืนหนึ่งในระหว่างที่ท่านออกธุดงค์ พอกลับจากธุดงค์มาถึงวัดโตนดหลวงแล้ว หลวงพ่อทองศุขท่านก็เอาหนังเสือผืนนั้นมาแบ่งทำเป็นตะกรุดและลูกอมพอกครั่งจนหมดผืน

ซึ่งจะเป็นยุคต้นๆของการสร้างวัตถุมงคล ครั่งเหลือร้ายวัดตะโตนดหลวงของท่านหลวงพ่อทองศุข ตะกรุดหนังหน้าผากเสือพอกครั่งวัดโตนดหลวงดอกนี้จึงมีน้อยที่ได้สร้างจากหนังเสือที่ท่านหลวงพ่อทองศุขได้มาเพียงผืนเดียว จึงจัดเป็นวัตถุมงคลที่หาได้ยากยิ่งของ ท่านหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ท่านใดมีบุญได้ไว้ในครอบครองก็จะถือว่าเป็นที่สุดของวัตถุมงคล ครั่งเหลือร้ายวัดตะโตนดหลวงของท่านหลวงพ่อทองศุขแล้วครับ

ทีมงานกะฉ่อนดอทคอมขอขอบคุณ คุณวิทย์ วัดอรุณ(อัครวิทย์ รัตนประสิทธิ์) เจ้าของตะกรุดหนังหน้าผากเสือพอกครั่งวัดโตนดหลวงดอกนี้ หนึ่งในผู้ที่เคารพและศรัทธาในองค์หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ที่ได้เอื้อเฟื้อภาพที่หาชมได้ยากยิ่ง มาให้พวกเราทีมงานกะฉ่อนดอทคอมนำมาประกอบสกู๊ป ตะกรุดหนังหน้าผากเสือพอกครั่ง หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง นี้ครับ

ประวัติหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง

วัดโตนดหลวงนอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นวัดเก่าแก่โบราณวัดหนึ่งของเมืองเพชรบุรีแล้วยังเป็นวัดที่พระคณาจารย์ปรากฏเกียรติคุณด้านความเข้มขลังเรืองพุทธาคมหลายรูปนับแต่อดีตมาเฉพาะอย่างยิ่ง ท่านพระครูพินิจสุตคุณหรือหลวงพ่อทองสุข อินทโชโต ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ที่แก่กล้าพระเวทย์วิทยาคมที่โดดเด่นประการหนึ่งคือด้านการลงกระหม่อม แม้พลเอกพระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์พหลโยธิน), พันเอกพระยาศรีสุรสงครามและจอมพลป. พิบูลสงครามยังมาขอให้ท่านลงกระหม่อมให้

หลวงพ่อทองศุขมีนามเดิมว่า ศุข ดีเลิศ เกิดเมื่อวันศุกร์ขึ้น 9 ค่ำ ปีฉลู ตรงกับวันที่ 19 พฤษภาคมพ.ศ.2420 เป็นบุตรของนายจู-นางทิม ดีเลิศ พื้นเพเป็นชาวบ้านทับใต้ ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอเมือง จังหวัดเพชรบุรี มีพี่น้อง 6 คน ท่านเป็นคนสุดท้อง เมื่อท่านอายุได้ 9 ปี บิดามารดาย้ายถิ่นฐานครอบครัวไปประกอบอาชีพที่บ้านโพธิ์อำเภอบ้านลาดในปัจจุบัน และได้มีโอกาสเรียนหนังสือรวมถึงหนังสือขอมและบาลีจากท่านเจ้าอาวาสวัดโพธิ์ ครั้งนั้นท่านชอบในการต่อสู้รักวิชาหมัดมวยกระบี่กระบอง ต่อมาภายหลังท่านมีศิษย์ในสายวิชาเหล่านี้หลายคน

ต่อเมื่ออายุ 15 ปี ครอบครัวได้ย้ายจากบ้านโพธิ์ไปอยู่ที่บ้านเพลง จังหวัดราชบุรี เมื่อย่างเข้าสู่วัยรุ่นหนุ่มคะนองชอบเที่ยวเตร่คบเพื่อน ไม่อยู่ติดบ้านชอบไปแสดงละครโขนหนังกับเพื่อนๆ จนมีความสามารถขนาดเป็นครูสอนผู้อื่นได้ ต่อมาได้เกิดความเบื่อหน่าย เที่ยวเตร่ไร้จุดหมายปลายทาง กระทั่งคบนักเลงอันธพาลในที่สุดกลายเป็นอาชญากรสำคัญในย่านเพชรบุรีราชบุรีและสมุทรสงคราม ต้องคอยหลบหนีอาญาบ้านเมืองหลบซ่อนตัวตามป่าเขาลำเนาไพรไร้ความสงบสุข

ครั้งหนึ่งได้หลบหนีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองไปซ่อนตัวอยู่โดยไม่มีอาหารตกถึงท้องเป็นเวลาถึง 3 วัน ทั้งอ่อนล้าหิวโหยเหลือสุดจะทน จนทำให้สำนึกได้ว่าที่ผ่านมาตนเองได้ดำเนินชีวิตผิดทางเสียแล้วทางสายนี้หากไม่กลับตัวกลับใจย่อมได้รับแต่ความทุกข์ ดังประสบอยู่ทรมานทั้งกายทรมานทั้งใจ เป็นการใช้ชีวิตที่ไร้ประโยชน์และแก่นสารโดยแท้ จึงตัดสินใจบวชเอาพระศาสนาเป็นที่พึ่ง

นายศุข ดีเลิศ อุปสมบทเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคมพ.ศ.2452 ณ วัดปราโมทย์ ตำบลโรงหวี อำเภอบางคณที จังหวัดสมุทรสาคร มีหลวงพ่อตาด วัดบางวันทองเป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงพ่อตุย วัดปราโมทย์เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และหลวงพ่อคง วัดแก้วเป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้รับนามฉายาว่า อินทโชโต พำนักจำพรรษาที่วัดปราโมทย์ 4 พรรษาและวัดแก้ว 2 พรรษา ศึกษาพระธรรมวินัยและวิปัสสนากับหลวงพ่อตุย-หลวงพ่อคงผู้เป็นพระกรรมวาจาจารย์และอนุสาวนาจารย์ด้วยความ มานะขยันหมั่นเพียร จึงได้รับถ่ายทอดวิทยาคมมาจนหมดสิ้น

ทั้งยังเป็นที่รักใคร่เมตตาของครูบาอาจารย์ถ่ายทอดให้อย่างไม่ปิดบังอำพรางจนครบถ้วนกระบวนความ และแนะนำให้ไปหาหลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง ซึ่งเป็นพระอุปัชฌาย์ของท่านเอง หลวงพ่อตาด วัดบางวันทองนั้น ท่านเป็นพระอาจารย์ของหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม ท่านหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ท่านจึงเป็นศิษย์อาจารย์เดียวกันกับท่านหลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม และท่านหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ยังได้ศึกษาวิชาจากหลวงปู่นาค วัดหัวหินประจวบคีรีขันธ์อีกด้วย

หลวงพ่อตาด วัดบางวันทอง ยุคนั้นท่านได้ชื่อว่าเป็นพระคณาจารย์ที่เชี่ยวชาญพระเวทย์วิทยาคมแตกฉานในวิปัสสนากัมมัฏฐานยิ่ง เกียรติคุณขจรขจายทั่วลุ่มน้ำแม่กลอง ศิษยานุศิษย์หลายรูปต่อมาปรากฏเกียรติคุณชื่อเสียงโด่งดังเช่น หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม สมุทรสงคราม เป็นต้น ปี พ.ศ.2457 หลวงพ่อเทียน วัดโตนดหลวง ถึงแก่มรณภาพ ขณะนั้นท่านหลวงพ่อทองศุข ออกธุดงค์ผ่านมากับสามเณรจันทร์ (จันทร์ธมฺมสโร วัดมฤคทายวัน) ชาวบ้านศรัทธาท่านหลวงพ่อทองศุขจึงได้นิมนต์ท่านมาเป็นเจ้าอาวาส และได้รับแต่งตั้งให้เป็นเจ้าอาวาสในปีพ.ศ.2458

ท่านหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ท่านปกครองดูแลพระภิกษุ-สามเณรด้วยความเอาใจใส่พัฒนาพระอารามให้เจริญรุ่งเรืองสืบมาด้วยคุณงามความดีของท่าน คณะสงฆ์จึงแต่งตั้งให้ท่านเป็นพระครูกรรมการศึกษา กระทั่งได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ที่พระครูพินิจสุตคุณ หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ท่านพัฒนาวัดและชนบทย่านนั้นจนมีความเจริญเป็นอันมาก กิจนิมนต์ด้านการเป็นพระอุปัชฌาย์ แม้วัดห่างไกลเพียงใดท่านหลวงพ่อทองศุขไม่เคยปฏิเสธ

แม้บางแห่งต้องเดินทางด้วยเท้าเปล่าเป็นระยะทางหลายสิบกิโลก็ตาม ท่านจึงเป็นที่เคารพศรัทธา ของศิษยานุศิษย์ทุกหมู่เหล่า คราใดทางวัดมีงานบรรดาศิษย์ต่างพร้อมใจร่วมใจกันทำด้วยดีเสมอมา หลวงพ่อทองสุข อินทโชโต วัดโตนดหลวงได้ถึงแก่มรณภาพเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ.2500 รวมสิริอายุ 80 ปี 48 พรรษา รวมระยะเวลาเป็นเจ้าอาวาสวัดโตนดหลวงนานถึง 42 ปี


สำหรับเครื่องรางของขลังของท่านหลวงพ่อทองศุขมีด้วยกันหลายอย่าง รวมถึงการสักยันต์เหนือราวนมอานุภาพจะเด่นทางยิงฟันแทงไม่เข้า ตะกรุดมีทั้งประเภทหนังเสือและตะกรุดเนื้อเงิน(มีน้อยมาก) เนื้อโลหะและตะกรุดไม้รวก สำหรับตะกรุดเนื้อโลหะนั้นแบ่งเป็น ตะกรุดโทน ตะกรุดชุด 7 ดอก และตะกรุดสามกษัตริย์ ซึ่งจะมีความยาวประมาณ 3-4 นิ้ว ตะกรุดสาริกายาวประมาณ 1 นิ้ว

เอกลักษณ์ในตะกรุดของท่านคือ ตะกรุดทุกดอกจะพอกด้วยครั่งพุทธา วรรณของครั่งจะออกแดงอมน้ำตาลถึงดำ การพิจารณาลักษณะของครั่งนี้ต้องพิจารณาถึงอายุความเก่าด้วย สืบเนื่องมาจากต่อมา หลวงพ่อแผ่ว ปัณฑิโต ซึ่งเป็นศิษย์เอกของท่านองค์หนึ่งและเป็นเจ้าอาวาสรูปต่อมาของวัดโตนดหลวง ก็มีการจัดสร้างตะกรุดลักษณะเดียวกันนี้แต่ลักษณะครั่งที่พอก จะแลดูสดใหม่กว่า

อักขระยันต์ที่ใช้ลงในตะกรุดนั้นเป็นยันต์ตรีนิสิงเห อานุภาพในตะกรุดโทน ตะกรุดชุด 7 ดอก และตะกรุดสามกษัตริย์จะเด่นทางแคล้วคลาดคงกระพันชาตรี ส่วนตะกรุดสาริกาจะเด่นทางเมตตามหานิยม ลูกอมของท่านหลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง ลักษณะที่เป็นมาตรฐานคือทำจากเนื้อครั่งพุทราลักษณะเดียวกันกับที่ใช้พอกตะกรุด อานุภาพเด่นทางมหาอุด แหวนมีด้วยกันหลายลักษณะอานุภาพจะเด่นทางป้องกันอสรพิษและสัตว์ร้ายต่างๆครับ

หนังสือพิมพ์กะฉ่อนดอมคอม แว่น วัดอรุณ รายงาน

ประวัติหลวงปู่พิมพ์มาลัย วัดหุบมะกล่ำ ต้นตำรับแห่งวิชาเข็มทองคนองฤทธิ์
 
ปฐมบท อานุภาพแห่งเข็มทองคนองฤทธิ์
สิ่งที่จะนำเสนอต่อท่านผู้อ่านต่อไปนี้ เป็นเรื่องราวของไสยเวท ที่เป็นภูมิปัญญาสยามที่อาจหาญกล่าวได้เต็มอย่างปากว่า เป็นของจริง และพิสูจน์ที่ไหน เมื่อใหร่ก็ได้ ไม่ใช่ลมปากที่พ่นออกไป และหาสาระพิสูจน์ไม่ได้ จนลูกหลานชาวสยามบางหมู่ที่หลงไหลภูมิปัญญา ขยะของชาติตะวันตกที่ไม่ใช่เครือญาติ ของพวกเขากล่าวหยามหยันสิ่งที่พวกเขาไม่เคยสัมผัส หรือจะคิดจะเข้ามาพิสูจน์จน เป็นการปรามาท บรรพชนเทือกเถาเหล่ากอของเขาเอง วิชาไสยเวทที่กล่าวถึงนั้น คือวิชาเข็มทองคนองฤทธิ์ ภูมิปัญญาตันตระแห่งสยามในอดีต ที่ผ่านพ้นกาลเวลามาพิสูจน์สัจจะแห่งศาสตร์ในปัจจุบัน

วิชาเข็มทองที่กล่าวถึงอย่าเพิ่งคิดว่า เป็นการฝังเข็มเพื่อรักษาโรคอย่างชาวจีนโพ้นทะเล เขาทำกัน แต่เป็นวิชาไสยศาสตร์สาขาหนึ่ง ที่มีอานุภาพอเนกประการ ซึ่งก่อนจะสาธยาย ถึงรายละเอียดจะขอนำท่านผู้อ่านไปรู้จัก ประวัติพระเกจิอาจารย์รูปหนึ่ง แม้ว่าท่านจะ ละสังขารแล้วแต่เรื่องราวของท่าน เป็นตำนานสะท้านวงการไสยเวท สยามมาจนถึงปัจจุบัน พระเถระผู้ทรงอิทธิจิตรูปนั้นมีนามว่า หลวงปู่พิมพ์มาลัย แห่งวัดหุบมะกล่ำ ปรามาจารย์ วิชาเข็มทองคนองฤทธิ์ แห่งสยามยุค รัตนโกสินทร์

วัดหุบมะกล่ำตั้งอยู่บ้านหนองรี ตำบลบ้านเลือก อำเภอโพธาราม จังหวัดราชบุรี ถ้าเราเดินทางจากกรุงเทพฯไปทางถนนเพชรเกษมก็อยู่ราวประมาณ 70 กว่ากิโลเมตร วัดนี้เป็นวัดเก่าแก่จะมีมาแต่ครั้งสมัยอยุธยาหรือไม่นั้นยังไม่พบหลักฐาน บรรดาโบราณวัตถุที่ พบก็บอกหลักฐานเพียงว่าสมัยรัตนโกสินทร์แต่วัดนี้นับว่าน่าจะก่อตั้งมานานกว่า เพราะพบตำราสรรพวิชาสาขาต่างๆมากมาย ทั้งที่เป็นภาษาขอมและมอญก็มีให้เห็นและที่มีอายุนานนับร้อยปีก็หลายเล่ม

หลวงปู่พิมพ์ (มาลัย) พื้นเพท่านเป็นคนหนองรีโดยกำเนิด โยมบิดาชื่อว่า พา โยมมารดาชื่อ อ่วม เป็นชาวจังหวัดเพชรบุรี ท่านเกิดในสกุล มาลัย ประมาณ พ.ศ.2441 ที่บ้านหนองรีนี่เอง ท่านเป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวน 5 คน ชีวิตในวัยเยาว์ท่านดำเนินอย่างเรียบง่ายเหมือนชาวชนบททั่วๆ เมื่ออายุครบเกณฑ์ท่านได้เข้าเป็นทหารรับใช้ชาติในหน่วยเสนารักษ์ในจังหวัดราชบุรีและอยู่ต่อเรื่อยมาจนประมาณ ๖ ปี ก็เกิดเบื่อหน่ายในฆารวาสวิสัย ชะรอยจะเป็นบารมีที่ท่านสร้างสมมาในอดีตจึงมีวาสนากับผ้ากาสาวพัสตร์ 

นิยมในเพศบรรพชิตจึงลาออกจากทหาร มาอุปสมบทที่วัดโตนดหลวง จังหวัดเพชรบุรี โดยมี พระอาจารย์แช่ม วัดบางนา เป็นพระอุปัชฌาย์ หลวงปูทองศุข อินทโชโต วัดโตนดหลวง(พระเถระรูปนี้ท่านเป็นผู้ทรงวิทยาคมที่ยิ่งยงมากท่านหนึ่ง) เป็นพระกรรมวาจา เมื่ออุปสมบทแล้ว พระอุปัชฌาย์ให้ฉายาว่า มาลโย เมื่อท่านหลวงปู่พิมพ์ซึ่งขณะนั้นเป็นภิกษุใหม่ก็ได้ร่ำเรียนพระวินัย และปริยัติตามแนวทางแห่ง พระพุทธศาสนาอย่างคร่ำเคร่ง แล้วท่านยังได้รับความเมตตาถ่ายทอด วิชาไสยเวทย์จากหลวงปู่ทองศุข วัดโตนดหลวง

ซึ่งถือว่าเป็นพระคณาจารย์ ที่มีชื่อเสียงและบารมีมากรูปหนึ่ง ในสยามขณะนั้น ถึงขนาดมีการร่ำลือว่าผู้ที่มีบุญบารมีสูงยิ่งของประเทศในขณะนั้น ยังมาฝากตัวเป็นศิษย์ จนเป็นตำนานเล่าขานกันมาถึงปัจจุบัน อาจเป็นเหตุที่หลวงปู่พิมพ์ ท่านมีศักดิ์เป็นหลานสนิทของหลวงปู่ทองศุข วัดโตนดหลวง โดยที่โยมมารดา ของท่านเป็นพี่สาวหลวงปู่ทองศุข จึงทำให้ท่านได้รับความเมตตามากเป็นพิเศษ ท่านหลวงปู่พิมพ์ แม้จะมีศักดิ์เป็นหลานหลวงปู่ทองศุขทท่านก็ไม่ถือดี กลับตั้งมั่นมุ่งมานะฝึกฝนเล่าเรียนสรรพวิชา

ที่หลวงปู่ทองศุข วัดโตนดหลวง เมตตาสั่งสอนให้โดยไม่ปิดบังอำพราง ด้วยความวิริยะ และบุญบารมี ที่ท่านหลวงปูพิมพ์ สั่งสมมาในอดีต ไม่นานท่านก็สำเร็จวิชาต่างๆทำได้เข้มขลังจนเป็นที่ไว้วางใจของหลวงปู่ทองศุข วัดโตนดหลวง ขนาดให้หลวงปู่พิมพ์(ซึ่งยังเพิ่งบวชได้ไม่นาน) เป็นอาจารย์สักยันต์ครูหลวงปู่ทองศุข(ตอนท่านก็ยังมีชิวิตอยู่) จนรวบรวมปัจจัยก่อสร้างกุฏิวัดโตนดหลวง ได้ถึงสองหลัง(พ.ศ.2481) นับว่าท่านหลวงปู่พิมพ์เป็นผู้หนึ่ง ที่สำเร็จวิทยาคมในตำหรับ หลวงปู่ทองศุข 

โดยหลวงปู่ทองศุขเอง เป็นผู้ให้ความไว้วางใจ หลังจากที่ท่านได้สำเร็จวิทยาคุณในสายหลวงปู่ทองศุข วัดโตนดหลวงแล้ว ท่านยังเป็นผู้ใฝ่การศึกษาก็ขวนขวายหา พระอาจารย์องค์อื่นๆเพื่อร่ำเรียนวิทยาคมต่อไป ในสมัยนั้นมีพระเถระรูปหนึ่งในจังหวัดเพชรบุรีที่ยิ่งยง ด้วยวิทยาคมที่แปลกประหลาด หาวิทยาคมสายใดจะเทียบเคียงได้ยาก ด้วยวิทยาคุณ ที่ประสิทธิให้ศิษย์ มีความพิศดาร และเป็นลักษณะเฉพาะและเป็นวิชาสูงสุดทางไสยเวทสยาม แขนงหนึ่ง 

นั่นคือวิชาฝังเข็มทองคนองฤทธิ์นั่นเอง พระเกจิอาจารย์รูปนี้ ชื่อพระอาจารย์สมพงษ์ วัดหนองไม้เหลือง จังหวัดเพชรบุรี ในสมัยนั้นมี ผู้มาฝากตัวเรียนวิชาเข็มทองนี้ กับพระอาจารย์สมพงษ์กันเป็นจำนวนมาก แต่หาผู้ที่สำเร็จยากมาก เพราะต้องมีมานะบากบั่นทำจริง ฝึกกันจริงๆจึงจะสำเร็จได้ การฝังเข็มเป็นไสยเวท ที่มีมาช้านาน และเป็นความเชื่อของคนในสมัยนั้น การฝังเข็มนี่มีหลายตำรา ว่ากันทั้งเข็มเย็บผ้า เข็มสามกษัตริย์ เข็มสัตตะโลหะ แต่มักเป็นเข็มตาย คือฝังแล้วอยู่กับที่แบบฝังตะกรุดกับหลวงพ่อคูณที่วัดบ้านไร่ เมืองโคราช 

แต่วิชาที่หลวงปู่พิมพ์ที่ท่านเรียน กับพระอาจารย์สมพงษ์นี้พิสดารกว่าครับ คือหากทำสำเร็จแล้วเข็มทองคำ ที่ประจุอาคมเมื่อฝังผ่านชั้นหนังจะแสดงอิทธิคุณ เหมือนมีชีวิตพลิกตัวระเบิดเนื้อด้วยอำนาจอาคม ไปตามส่วนต่างๆของร่างกาย ผู้ฝังได้โดยไม่เกิดอันตรายใดๆ เข็มนี้ไปได้ทั่วตัวเว้น ตากับหัวใจ ที่ลงอาคมกรึงไว้ อย่างแน่นหนา และเป็นเคล็ดสำคัญที่วิทยาคมสำนักอื่น มิอาจถอดถอนได้เลย  เรื่องเข็มที่วิ่งไปได้ทั่วตัวนี่ไม่ใช่เรื่องที่คุยกันเล่นๆ มีหลักฐานที่เป็นประจักษ์พยานโดยการถ่ายพิมพ์เอกเรย์มาแล้ว 

และผู้ที่ฝังเข็มหาก ถือองค์ภาวนาได้ จะสามารถเรียกเข็มทอง ให้ระเบิดเนื้อไปที่ส่วนใดๆของร่างกายโดยไม่เป็นอันตรายได้ เป็นความมหัศจรรย์อย่างเอกอุ ของวิทยาคมสายนี้ ส่วนอานุภาพของเข็มทอง เมื่อแสดงอิทธิฤทธิให้ประจักษ์ขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิเศษขนาดไหน เรียกได้ว่าครอบจักรวาลเลยทีเดียว เมื่อท่านหลวงปู่พิมพ์ได้รับ การถ่ายทอดวิชามาจากพระอาจารย์สมพงษ์ แล้วท่านต้องออกธุดงค์ เพื่อหาที่สงัดบำเพ็ญจิตให้เกิดอานุภาพ จึงจะสำเร็จวิชานี้ได้เพราะวิชานี้ หากพลังจิตไม่เข้มแข็ง อย่างเอกอุสุดยอดแล้ว จะไม่สามารถทำให้เข็มที่ฝังแสดงอานุภาพได้เลย

การฝึกฝนผู้เรียนต้องเพียรภาวนา ตามเคล็ดวิชาจนจิต มีกำลังเข้มแข็ง จึงจะทำให้เข็มทอง ที่เสกในน้ำมันงา ลอยขึ้นมาได้จึงจะถือว่าสำเร็จและ เข็มที่ประจุอาคมจนสำเร็จแล้วจะมีสภาพเป็นทิพย์ เดินเหินไปมาเองได้เป็นอัศจรรย์ เล่ามาถึงตรงนี้ขอยืนยันอีกครั้งว่า จริงทุกคำและพิสูจน์ได้ด้วย หลวงปู่พิมพ์ฝึกฝนวิชาเข็มจนเชี่ยวชาญ ด้วยความมุ่งมั่นเด็ดเดี่ยว ผลแห่งความพากเพียรของท่าน ขนาดพระอาจารย์สมพงษ์ วัดหนองไม้เหลือง ผู้ประสิทธิวิชาเข็มทองให้ยังยกย่องท่านว่า ทำได้ดีกว่าอาจารย์เสียอีก

หลังจากสำเร็จ วิชาเข็มทอง ท่านหลวงปู่พิมพ์ได้ธุดงค์ เพื่อฝึกฝนจิตให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น ในดินแดนกระเหรี่ยงถึง 17 ปี จนพูดภาษากระเหรี่ยงได้ เรียกว่านานพอสมควรทีเดียว ในระหว่างการเดินธุดงค์ ก็คงเหมือนพระรุกขมูลท่านอื่นๆ มีเรื่องพิสดารเกิดขึ้นมากมาย ซึ่งท่านก็มิได้โอ้อวดเพียงเล่าให้หมู่ศิษย์ที่ใกล้ชิดฟัง เพื่อประดับสติปัญญาเท่านั้น คราวหนึ่งท่านธุดงค์ไปบ้านทัพใต้ตำบลหินเหล็กไฟ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้รับอาราธนาจากชาวบ้านท่านได้สร้างวัดขึ้น 

ในเวลาไม่นานโดยการสนับสนุนของโยม ฉลอง วุฒิวัฒน์ และนายจุรินทร์ ล่ำซำ คหบดีผู้ใจบุญชาวพระนคร และให้ชื่อวัดนั้นว่า วัดมาลัยทับใต้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงหลวงปู่พิมพ์จนเท่าทุกวันนี้ ท่านหลวงปู่พิมพ์ธุดงค์เรื่อยมาจนราวพ.ศ.2502 โยมมารดาท่านป่วย ท่านจึงขึ้นจากวัดมาลัย เพื่อดูแลโยมมารดาท่านที่บ้านหนองรี ในช่วงนั้นพอดีวัดหุบมะกล่ำ กำลังทรุดโทรมอย่างหนัก ไม่ว่าโบสถ์ วิหาร ศาลาการเปรียญ เสนาสนะและถาวรวัตถุอื่นๆ เกือบจะหาชิ้นดีแทบไม่ได้ มีหลวงตาแก่ๆชื่อหลวงตาปิ้น ปัญญาพโล(โยมตาพระอาจารย์ป้อมวัดหนองม่วง อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านหุบมะกล่ำ)องค์เดียวเท่านั้น ยิ่งทำอะไรไม่ได้มากคงปล่อยตามยถากรรม 

ความที่ท่านเป็นเกลอเก่ากับหลวงตาปิ้น และเพื่ออยู่ดูแลโยมมารดาท่าน ท่านจึงปลงใจบูรณะวัดหุบมะกล่ำแต่นั้นมา การที่ท่านธุดงค์ไปเสียนานช่วงแรกๆ จึงยังไม่มีศรัทธาจากชาวบ้านมาช่วยเท่าไรนัก ทำให้การบูรณะเป็นไปด้วยความยากลำบาก ท่านก็ไม่ย่อท้อด้วยความเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวจริงจัง เรื่องนี้ศิษย์ที่ทันหลวงปู่จะทราบดีทุกคน แววตาของท่านคมกล้ามากไม่เคยมีใครกล้าสบตาท่านแม้สักคนเดียว ไม่มีเลยจริงๆ ท่านลงมือบูรณะทุกอย่างเอง ด้วยตัวท่านใครจะช่วยหรือไม่ ท่านหาใส่ใจไม่ 

ท่านใช้การกระทำเป็นสิ่งพิสูจน์ความจริงใจ ชาวบ้านเมื่อเริ่มเห็นก็ค่อยๆ เข้ามาช่วยเหลือ คนละไม้คนละมือ วัดหุบมะกล่ำจึงค่อยๆฟื้นคืน สภาพเจริญขึ้นทีละเล็กทีละน้อย ในยามที่ว่างจากการงานโดยเฉพาะ วันพระวันโกนท่านก็ไม่ทิ้งกิจ พระศาสนาได้เทศน์อบรมญาติโยม ความเคารพบูชา ศรัทธา จากชาวบ้านนับวันยิ่งเพิ่มทวี ด้วยคุณธรรมความดีของท่านเป็นที่เห็นประจักษ์ หลวงปู่พิมพ์ท่านครอง วัดหุบมะกล่ำ ประมาณ 17 ปี ตลอดเวลาได้ สงเคราะห์ชาวบ้าน และสานุศิษย์ด้วยธรรมะและวิทยาคมต่างๆ ที่ท่านได้ร่ำเรียนมาโดยเฉพาะวิชาเข็มทองคะนองฤทธิ์ จนเป็นที่เลื่องลือ 

ทำให้มีผู้หลั่งไหลมายัง วัดหุบมะกล่ำอย่างไม่ขาดสายและด้วยปัจจัยที่ญาติโยม เหล่านั้นถวายหลวงปู่พิม ท่านได้นำมาบูระณะ วัดหุบมะกล่ำให้เจริญได้อย่าง ผิดหูผิดตากว่าแต่ก่อนมาก เมื่อเข้าวัยชราท่านได้อาพาธ เป็นอัมพฤกษ์เดินไม่ค่อยสะดวก และล่วงโรยตามอายุขัย ซึ่งเป็นไปตาม กฏแห่งสังสารวัฏ ตามที่พระบรมศาสดาท่านตรัสสอนไว้ว่า เกิด-แก่-เจ็บ-ตาย เป็นเรื่องธรรมดาของโลก หลวงปู่ท่านได้ละสังขาร เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2519 สิริรวมอายุได้ 78 ปี คงทิ้งไว้แต่คุณความดีและตำนานเข็มทองคะนองฤทธิ์ สุดยอดตันตระแห่งสยาม ให้เป็นที่กล่าวขานแก่อนุชนรุ่นหลังต่อไป

หนังสือพิมพ์กะฉ่อนดอทคอม แว่น วัดอรุณ รายงาน

ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วงกำลังทำพิธีปลุกเสกมีดหมอ(รุ่นพิเศษ)

สุดยอดไสยเวทย์ มีดหมอรุ่นพิเศษ พระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง  สร้างตามตำราการสร้างมีดหมอโบราณ

อาวุธในทางไสยศาสตร์ที่เป็นของติดตัวบรรดาท่านเกจิอาจารย์ในยุคโบราณจนถึงปัญจุบันที่จะขาดกันเสียมิได้ก็คือ มีดหมอ ซึ่งทำสำเร็จด้วยวัสดุประจุอาคมของขลัง เนื้อโลหะที่นำมาใช้ทำมีดหมอนั้น ต้องนำมาจากที่พิเศษอันเป็นสถานที่ ที่ต้องบุกบั่นไปเอามาด้วยความยากลำบากฝ่าฟันอันตราย มีดหมอนี้ใช้สำหรับปราบภูตผีปีศาจที่มารบกวนมนุษย์ ถือโอกาสสิงสู่ในร่างของคนอ่อนแอ คนมีอายุ หญิงสาว ในการทำพิธีขับไล่วิญญาณร้ายเหล่านี้ท่านเกจิอาจารย์จะใช้อาคมเสกเป่าก่อน เมื่อไม่ได้ผลคือวิญญาณนั้นมีดวงจิตที่แข็งและเดื้อไม่ยอมออกจากร่างและยังสำแดงฤทธิ์ต่อไป ท่านเกจิอาจารย์ก็จะใช้มีดหมอเป็นอาวุธทางไสยศาสตร์ขั้นสุดท้าย เพื่อขับไล่วิญญาณร้ายเหล่านั้นให้ออกจากร่างผู้ที่ถูกสิง เมื่อวิญญาณร้ายโดนสกดด้วย มีดหมอ ที่ประจุอาคม ก็มิอาจจะทนทานอีกต่อไปได้จำต้องออกจากร่างกายที่สิงสู่อยู่ทุกรายไป

มีดหมอ(รุ่นพิเศษ) ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ด้ามงาฝักงาขนาด 5 นิ้ว

ในอดีตที่ผ่านมามีท่านพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมได้สร้าง มีดหมอ ออกมาหลายสำนัก โดยเฉพาะสายทางจังหวัดนครสวรรค์ที่ได้สร้างมีดหมอออกมาแจกจ่ายแก่ศิษย์ผู้ศัทธา และเมื่อศิษย์ได้นำไปพกบูชาก็ได้เกิดประสบการณ์แก่ผู้ใช้ต่างๆนาๆอย่างน่าอัศจรรย์ใจเป็นอย่างยิ่ง จนเป็นที่รู้จักและยอมรับในความเข็มขลังของ มีดหมอ ที่ท่านพระเกจิอาจารย์เหล่านั้นได้สร้างขึ้นเช่น หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อำเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ หลวงพ่อรุ่ง วัดหนองสีนวล อำเภอตาคลี จังหวัดนครสวรรค์ หลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ หลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท หลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ เป็นต้น

มีดหมอ(รุ่นพิเศษ) ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ด้ามและฝักไม้ชิ้งชัน ขนาด 5 นิ้ว

ในวันนี้ที่ทีมงานกะฉ่อนพระเครื่องจะขอนำเสนอนั้นเป็น มีดหมอของท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง(รุ่นพิเศษ) มีดหมอชุดนี้ได้คิดจัดสร้างขึ้นถวายแด่ ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง โดยคณะศิษย์สายเข็มทอง วัดหนองม่วง(สายกรุงเทพโดยคุณ วิทย์ วัดอรุณ) เพื่อเป็นของสมนาคุณแด่ศิษยานุศิษย์ผู้ที่ได้นำวัตถุดิบมาร่วมถวายเพื่อเป็นมวลสารจัดสร้างรูปหล่อองค์ พระมาลัย และรูปหล่อเท่าองค์จริงของ หลวงพ่อสง่า อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองม่วง สุดยอดเกจิอาจารย์แห่งจังหวัดราชบุรี ในวันที่ 12 ตุลาคม พ.ศ. 2556 เพื่อประดิษฐาน ณ วัดหนองม่วง ตำบลวังเย็น อำเภอบางแพ จังหวัดราชบุรี เพื่อเป็นศิริมงคลและศูนย์รวมจิตใจของชาวหนองม่วงและศิษยานุศิษย์สายเข็มทอง วัดหนองม่วง ต่อไป

มีดหมอ(รุ่นพิเศษ) ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ด้ามและฝักไม้ชิ้งชัน ขนาด 3 นิ้ว

มีดหมอท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง(รุ่นพิเศษ) รุ่นนี้ได้สั่งทำที่ ร้านตีมีดช่างไก่ อำเภอพยุหะคีรี จังหวัดนครสวรรค์ ร้านมีดช่างไก่นั้นเป็นร้านที่รับสั่งทำมีดหมอที่มีฝีมือปราณีต มีความซื่อสัตย์ซื่อตรงต่ออาชีพช่างตีมีด จึงเป็นที่นิยมและเชื่อถือของบรรดาพระเกจิอาจารย์และวัดต่างๆเป็นอันมาก คุณนาสุณี สิงห์บำรุง เจ้าของร้านมีดช่างไก่ เมื่อได้ทราบวัตถุประสงค์ในการจัดสร้าง มีดหมอท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง(รุ่นพิเศษ) ซึ่งมีเจตนาเพื่อเป็นของสมนาคุณแด่ศิษยานุศิษย์ผู้ที่ได้นำวัตถุดิบมาร่วมถวายเพื่อเป็นมวลสารจัดสร้างรูปหล่อองค์ พระมาลัย และรูปหล่อเท่าองค์จริงของ หลวงพ่อสง่า อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองม่วงแล้วก็ยินดีและเกิดพลังศัทธาเป็นอย่างยิ่ง คุณนาสุณี สิงห์บำรุง เจ้าของร้านมีดช่างไก่จึงได้ขอร่วมทำบุญในครั้งนี้ด้วยโดย ท่านได้มอบมวลสารศักด์สิทธิ์และเส้นเกศาของท่านพระเกจิอาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมที่ได้มาสั่งทำมีดหมอที่ร้านของท่านซึ่งได้สะสมไว้นานนับสิบปี เพื่อบรรจุในกั่นมีด(ด้ามมีด)เพื่อเพิ่มพุทธาคมให้แก่ มีดหมอท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง(รุ่นพิเศษ) รุ่นนี้ให้เกิดความเข็มขลังมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะได้กล่าวถึงในช่วงต่อไป

มีดหมอ(รุ่นพิเศษ) ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ด้ามและฝักไม้ชิ้งชัน ขนาด 7 นิ้ว

มีดหมอท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง(รุ่นพิเศษ)รุ่นนี้ถือได้ว่าเป็นที่สุดแล้วในบรรดา มีดหมอ ในยุคปัจจุบัน เพราะไม่ว่าจะเป็นเจตนาในการจัดสร้าง ก็เพื่อเป็นของสมนาคุณแด่ศิษยานุศิษย์ผู้ที่ได้นำวัตถุดิบมาร่วมถวายเพื่อเป็นมวลสารจัดสร้างรูปหล่อองค์ พระมาลัย และรูปหล่อเท่าองค์จริงของ หลวงพ่อสง่า อดีตเจ้าอาวาสวัดหนองม่วง โดยมิมีมูลค่าใดๆทั้งสิ้นแล้ว ในกั่นมีด(ด้ามมีด)ของมีดหมอรุ่นนี้ยังบรรจุเต็มไปด้วยมวลสารศักด์สิทธิ์ที่หาได้ยากยิ่งจาก คุณนาสุณี สิงห์บำรุง เจ้าของร้านมีดช่างไก่ เช่น ผงตะไบเหล็กโบสถ์เก่าของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ อำเภอตาคลี จ.นครสวรรค์ ผงศักด์สิทธิ์และเส้นเกศาของหลวงพ่อกวย วัดโฆสิตาราม อำเภอสรรคบุรี จังหวัดชัยนาท ผงศักด์สิทธิ์และเส้นเกศาของหลวงพ่อจ้อย วัดศรีอุทุมพร อำเภอเมือง จังหวัดนครสวรรค์ ผงตะไบเหล็กตะปูสังฆวานรโบราณ ซึ่งคุณนาสุณี สิงห์บำรุง เจ้าของร้านมีดช่างไก่ได้เก็บรักษาไว้เป็นเวลานานนับสิบปี ทางวัดหนองม่วงและศิษย์ยานุศิษย์สายเข็มทอง วัดหนองม่วงจึงขอขอบคุณคุณนาสุณี สิงห์บำรุง เจ้าของร้านมีดช่างไก่ มา ณ ที่นี้ด้วย และยังมีผงศักด์สิทธิ์และเส้นเกศาของท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ที่นำมาบรรจุในกั่นมีด(ด้ามมีด)ของมีดหมอรุ่นนี้อีกด้วย

เหล็กสังขะวานรโบราณจากแหล่งที่มาที่หาได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบัน ที่นำมาใส่ในใบและกั่นมีด(ด้าม)ของมีดหมดพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง(รุ่นพิเศษ)

ใบของ มีดหมอท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง(รุ่นพิเศษ) ชุดนี้สร้างจากเหล็กแหนบตีด้วยมืออย่างปราณีต แล้วนำไปทำการคว้านใบมีดทุกใบของมีดหมอขนาด 5 นิ้ว -7 นิ้ว - 9 นิ้วให้เป็นรู (ส่วนขนาด 3 นิ้วนั้นใบมีเล็กเกินกว่าที่ยังฝังได้จึงเอาผงเหล็กตะปูสังฆวานรโบราณนี้บรรจุเข้าไปในกั่นมีด(ด้ามมีด)แทน) เพื่อฝังเหล็กตะปูสังฆวานรโบราณซึ่งได้จากแหล่งที่มาที่ศักด์สิทธิ์เป็นอย่างยิ่ง ซึ่งท่านเจ้าของเหล็กตะปูสังฆวานรโบราณนี้ได้ขออย่าให้เอ่ยถึงแหล่งที่มาในที่นี้ เอาเป็นว่าเป็นเหล็กตะปูสังฆวานรโบราณที่หาได้ยากยิ่งในยุคปัจจุบันนี้ จากนั้นนำใบที่ผ่านการฝังการเจียรจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้วนำใบมีดมาตอกลายด้วยพระยันต์โบราณศักดิ์สิทธิ์คือ วิโสทะเย เอสะ พุทธะ ยะคิ นะชาลีติ แล้วนำกลับไปผ่านกรรมวิธีชุบแข็งอย่างดี เสร็จแล้วจึงนำกลับมาที่วัดหนองม่วง เพื่อให้ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ทำการลงพระยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ด้ามและปอกมีด แล้วจึงเข้าพิธีปลุกเศกเดี่ยวโดย ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วงอีกครั้ง

มีดหมอ(รุ่นพิเศษ) ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ด้ามและฝักไม้ชิ้งชัน ขนาด 9 นิ้ว

ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ได้กล่าวหลังทำพิธีลงพระยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ด้ามและปอกมีดและพิธีปลุกเสกเดี่ยวว่า มีดหมอชุดนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังซึ่งท่านสามารถสำผัสได้จากช่วงที่ท่านทำพิธีลงพระยันต์ศักดิ์สิทธิ์ที่ด้ามและปอกมีด และในพิธีปลุกเสกเดี่ยวของท่าน ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วงกล่าวว่าเพราะในด้ามมีดทุกเล่มของมีดรุ่นนี้บรรจุด้วยมวลสารศักดิ์สิทธิ์ของครูบาอาจารย์ในยุคก่อน ซึ่งมีพลังมากจนท่านสำผัสถึงพลังเหล่านั้นได้ ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วงได้กล่าวอีกว่า มีดดีต้องหมั่นลับ ในเมื่อเรื่มต้นมาดีอย่างนี้แล้วหากผู้ได้รับมีดหมอรุ่นนี้ไป รู้จักรักษา หมั่นประพฤติตนเป็นคนดี อยู่ในศีลอยู่ในธรรม อำนาจแห่งพุทธธาคมของมีดหมอก็จะสามารถปกปักรักษาคนที่มีมีดหมอรุ่นนี้ตลอดจนสามารถรักษาบ้านเรือนและบริวารของผู้มีมีดหมอรุ่นนี้ได้ แต่หากผู้ได้รับมีดหมอนี้ไป ไม่รู้จักรักษา ไม่อยู่ในศีลไม่อยู่ในธรรมแล้วก็ป่วยการเปล่า ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วงยังเน้นย้ำอีกว่า ของจะดีได้มิใช่แค่ปลุกเสกดีเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องอยู่ที่คนนำไปใช้ด้วยว่า จะรู้จักรักษาและปฎิบัติตนเป็นคนดีด้วยหรือไม่ หากท่านผู้นั้นรักษาได้อานุภาพแห่งพุทธธาคมของวัตถุมงคลนั้นๆจึงจะสิ่งศักด์สิทธิ์ได้

ใบมีดของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพและหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว ที่ทำด้ามและฝักด้วยงาใหม่แล้วให้ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ปลุกเสกให้อีกครั้ง

มีดหมอท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง(รุ่นพิเศษ) จัดสร้างทั้งหมด 28 เล่มประกอบด้วย
1.มีดหมอขนาด 3 นิ้ว ด้ามและฝักไม้ชิงชัน แหนทำจากเงิน(ปลอกรัดตัวมีด) จำนวนการสร้าง 12 เล่ม
2.มีดหมอขนาด 5 นิ้ว ด้ามและฝักไม้ชิงชัน แหนทำจากเงิน(ปลอกรัดตัวมีด) จำนวนการสร้าง 12 เล่ม
3.มีดหมอขนาด 5 นิ้ว ด้ามและฝักทำจากงา แหนทำจากเงิน(ปลอกรัดตัวมีด) จำนวนการสร้าง   2 เล่ม
4.มีดหมอขนาด 7 นิ้ว ด้ามและฝักไม้ชิงชัน แหนทำจากเงิน(ปลอกรัดตัวมีด) จำนวนการสร้าง   1 เล่ม
5.มีดหมอขนาด 9 นิ้ว ด้ามและฝักไม้ชิงชัน แหนทำจากเงิน(ปลอกรัดตัวมีด) จำนวนการสร้าง   1 เล่ม
6.มีดหมอขนาด 4 นิ้ว ด้ามและฝักทำจากงา แหนทำจากเงิน(ปลอกรัดตัวมีด) จำนวนการสร้าง   1 เล่ม
7.มีดหมอขนาด 6 นิ้ว ด้ามและฝักทำจากงา แหนทำจากเงิน(ปลอกรัดตัวมีด) จำนวนการสร้าง   1 เล่ม
ในรายการที่ 6 และ 7 ใบมีดเป็นของหลวงพ่อเดิม วัดหนองโพและหลวงพ่อกัน วัดเขาแก้ว ตามลำดับ เนื่องจากด้ามและฝักเก่าของมีทั้งสองเล่มเกิดการชำรุดเสียหาย เจ้าของมีดจึงได้ทำด้ามและฝักงาขึ้นมาใหม่ แล้วจึงนำมาให้ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง จารที่ด้ามและฝักงาที่ทำขึ้นใหม่ แล้วขอให้ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วงปลุกเศกใหม่ให้อีกครั้ง

ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง กำลังทำพิธีจารฝักและด้ามมีดหมอ(รุ่นพิเศษ)

พระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ทายาทแห่งวิชาเข็มทองคนองฤทธิ์ ท่านเป็นหนึ่งในพระคณาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมในยุคนี้ที่ได้ร่วมปลุกเสก เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ รุ่นแรก ปี58 และรุ่นกรุงธนบุรี ซึ่งเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณทั้งสองรุ่นนั้น เป็นเหรียญที่จัดสร้างขึ้นด้วยเจตนาที่บริสุทธิ์

ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง กำลังทำพิธีปลุกเสกมีดหมอ(รุ่นพิเศษ)

ปลุกเสกอย่างถูกต้องตามประเพณีโบราณทุกประการ โดยพระคณาจารย์ผู้เรืองวิทยาคมแห่งยุคปัจจุบันอาทิเช่น หลวงพ่อพระมหาสุรศักดิ์ อติสกโข เจ้าอาวาสวัดประดู่ พระอารามหลวง หลวงพ่อตี๋ เจ้าอาวาสวัดหูช้าง จ.นนทบุรี พระอาจารย์ป้อม เจ้าอาวาสวัดหนองม่วง จังหวัดราชบุรี พระอาจารย์อภิญญา(หลวงพ่อญา) วัดบางพระ จ.นครปฐม พระอาจารย์หนุ่ม วัดบางแวก จ.กรุงเทพฯ

ท่านพระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง มอบมีดหมอ(รุ่นพิเศษ)และร่วมถ่ายภาพกับ พตท.พจนาถ งบพิมายและคุณวิเชียร ประสิทธิ์

เหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ รุ่นแรก ปี ๒๕๕๘ และเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ รุ่นกรุงธนบุรี ในวาระฉลองกรุงธนบุรีมีอายุครบรอบการสร้าง ๒๕๐ ปี เป็นเหรียญพระเจ้าตากสินมหาราชที่มากด้วยประสพการณ์แคล้วคลาดปลอดภัย เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่ผู้เคารพรักและศรัทธาในพระองค์ท่านที่นำไปห้อยบูชา

จนเหรียญทั้งสองรุ่นนี้โด่งดังเป็นที่รู้จักต้องการเสาะแสวงหาของท่านผู้ที่มีใจรักเคารพและศรัทธาในพระองค์ท่านทั่วประเทศและทั่วโลกที่มีพี่น้องคนไทยพักอาศัยอยู่ เป็นข่าวเกรียวกราวตามหน้า หนังสือพิมพ์หลายๆฉบับ เช่น ข่าวสด คมชัดลึก บ้านเมือง สยามรัฐ กำลังเป็นที่ต้องการเสาะหาบูชา ของผู้ที่เคารพรักและศรัทธาในองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช

ท่านผู้ศรัทธาสามารถสอบถามรายละเอียดของการร่วมบุญบูชามีดหมอ(รุ่นพิเศษ) พระอาจารย์ป้อม วัดหนองม่วง ได้ที่ คุณแว่น วัดอรุณ เบอร์โทร 083-846-3033 id line: nopparutnong

หนังสือพิมพ์กะฉ่อนดอทคอม แว่น วัดอรุณ รายงาน

.......

ศาลาอรุณนราภิรมย์ ศูนยฺ์ร่วมบุญสั่งจองบูชา เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐี วัดอรุณราชวราราม(คลิ๊ก)

เนื้อทองแดงหน้าเงินลงยา ขนาด 3.5 เซนติเมตร เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐี รายได้สมทบกองทุนการศึกษาสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วัดอรุณราชวราราม(คลิ๊ก)

สุดยอดมวลสารในพระผงสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐี เนื้อผงพุทธคุณ 108 ชนิดฝังตะกรุดทองคำ 1 คู่ และแบบฝังตะกรุดเงิน 1 คู่(คลิ๊ก)

ชุดกรรมการ จัดรวม 100 ชุด (หมายเลขเดียวกัน) เหรียญพระเจ้าตากสินมหาราช รุ่นมหาเศรษฐี วัดอรุณราชวราราม(คลิ๊ก)

เหตุผลหลักสำคัญในการในการจัดสร้างวัตถุมงคลพญายักษ์วัดแจ้ง รุ่นมหาบารมี เพื่อร่วมบุญสมทบทุนโครงการบูรณะปฏิสังขรณ์ถนนโบราณและปรับปรุงระบบสาธารณูปโภคภายในวัดอรุณราชวราราม (คลิ๊ก)

ผงพุทธคุณมหาบารมี เศรษฐีพันล้าน สุดยอดมวลสารแห่งยุคที่บรรจุใต้ฐาน รูปหล่อพญายักษ์วัดแจ้ง รุ่นมหาบารมี ขนาด 4 นิ้ว และขนาด 1.5 นิ้ว เนื้อทองคำ เนื้อเงิน เนื้อนวะแก่เงิน (คลิ๊ก)

ประมวลปาฏิหาริย์แห่งเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ (คลิ๊ก)

บารมีเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ รุ่นกรุงธนบุรี เนื้อทองแดงลงยา ลายธงชาติ ช่วยชีวิตหนุ่มใหญ่ให้รอดตายจากเหตุรถพลิกคว่ำหลายตลบพุ่งชนเสาบอกทาง (คลิ๊ก)

บารมีเหรียญสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชชาววัดอรุณ รุ่นกรุงธนบุรี คุ้มครองชีวิต (คลิ๊ก)